อาหารปลอม (fake food) หรือโมเดลอาหารปลอมถูกใช้อย่างแพร่หลายในงานถ่ายภาพ โฆษณา ภาพยนตร์ และงานแสดงสินค้า เพื่อให้ได้ภาพอาหารที่สวยสมจริง โดยไม่ต้องพึ่งพาการทำอาหารจริงทุกครั้ง ความได้เปรียบของโมเดลอาหารปลอมคือความทนทาน ความสามารถในการใช้งานซ้ำหลายครั้ง และความสะดวกในการปรับเปลี่ยนตามธีม แคมเปญ หรือฤดูกาล บทความนี้จะพาไปดูวิธีทำโมเดลอาหารปลอมด้วยหลากหลายเทคนิค ตั้งแต่พลาสติกเรซินไปจนถึงปั้นด้วยดินโมเดิร์น (polymer clay) และการสร้างแม่พิมพ์เพื่อผลิตซ้ำ
ทำไมต้องใช้โมเดลอาหารปลอม
แนวทางหลักในการทำโมเดลอาหารปลอมมี 4 แนวทางใหญ่: พลาสติก/เรซิน, ดิน polymer clay, โฟม (foam) และปูน plaster of Paris/พอลิเมอร์อื่นๆ ต่อไปนี้คือวิธีใช้งานแต่ละเทคนิค พร้อมขั้นตอนที่ชัดเจน
ส่วนที่ 1: โมเดลอาหารปลอมด้วย Polymer Clay (ดินโมเดลลิง)
วัสดุและอุปกรณ์
ขั้นตอนทำ
ข้อดีข้อควรระวัง
ส่วนที่ 2: โมเดลอาหารปลอมด้วย Resin (เรซิ่น)
วัสดุและอุปกรณ์
ขั้นตอนทำ
ส่วนที่ 3: โมเดลอาหารปลอมด้วย Foam (โฟม)
วัสดุและอุปกรณ์
ขั้นตอนทำ
ส่วนที่ 4: โมเดลอาหารปลอมด้วย Plaster of Paris (มอร์ตาร์ปูน)
วัสดุและอุปกรณ์
ขั้นตอนทำ
ส่วนที่ 5: เทคนิคสำคัญในการสร้างโมเดลอาหารปลอม
เคล็ดลับเพิ่มเติมในการถ่ายภาพโมเดลอาหารปลอม
ความสอดคล้องกับจริยธรรมและการใช้งานจริง
สรุป
วิธีทำโมเดลอาหารปลอมมีหลายวิธีเลือกตามวัตถุประสงค์และงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นการปั้นด้วย polymer clay การหล่อด้วย resin หรือการสร้างจาก foam และ plaster ทุกวิธีมีข้อดีข้อจำกัดที่ต่างกัน คำแนะนำคือเริ่มจากการกำหนดเป้าหมายของงานและงบประมาณ ก่อนเลือกเทคนิคที่เหมาะสม แล้วค่อยๆ พัฒนาแม่พิมพ์และชิ้นงานให้สมจริง ด้วยการฝึกฝนและเรียนรู้เทคนิคการลงสี textures และการเคลือบ คุณจะได้โมเดลอาหารปลอมที่ไม่เพียงสวยงามเท่านั้น แต่ยังใช้งานได้จริงในงานถ่ายภาพและการแสดงผลิตภัณฑ์
โมเดลอาหารปลอม (Fake Food) เป็นศิลปะที่ผสมผสานทักษะหลายด้านเพื่อสร้างผลงานที่ “เหมือนจริงจนน่าตกใจ” และเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับวงการอาหารและสื่อ บทความนี้ขอแนะนำวิธีทำโมเดลอาหารปลอมด้วย 2 เทคนิคยอดนิยมที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นสร้างสรรค์ผลงานได้
เทคนิคนี้เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมที่ร้านอาหารส่วนใหญ่เลือกใช้สำหรับการทำ Food Sample หรือ Sampuru ที่เราเห็นในตู้โชว์หน้าร้าน มีความทนทานต่อแสงแดดและความร้อนสูง และสีสันไม่ซีดจางง่าย
พีวีซี (PVC) หรือเรซิน (Epoxy Resin): สำหรับหล่อเป็นโครงสร้างและส่วนผสมของเนื้อสัตว์ แป้ง ผัก
ซิลิโคนเหลว (Silicone Rubber): สำหรับทำแม่พิมพ์รายละเอียดสูง โดยมักนำ อาหารจริง มาใช้เป็นต้นแบบ
แอร์บรัชและสีอะคริลิค: สำหรับลงสีรายละเอียดขั้นสุดท้ายเพื่อให้ดูมีมิติ
ซิลิโคนเหลวหรือเจลสังเคราะห์: สำหรับจำลองส่วนที่เหลว ใส หรือเป็นน้ำ เช่น ซุป ซอส หรือเยลลี่
ทำแม่พิมพ์: นำอาหารจริงจุ่มลงในยางซิลิโคนเพื่อสร้างแม่พิมพ์ที่เก็บริ้วรอยและรายละเอียดทั้งหมด
หล่อชิ้นงาน: เทพีวีซีหรือเรซินที่ผสมสีเบื้องต้นลงในแม่พิมพ์ แล้วนำไปอบในเตาเพื่อให้แข็งตัว
ประกอบและลงสี: เมื่อได้ชิ้นส่วนต่างๆ (เช่น เนื้อสัตว์, ข้าว, ผัก) มาประกอบเข้าด้วยกัน ช่างฝีมือจะลงสีรายละเอียดขั้นสุดท้ายด้วยแอร์บรัชและพู่กันด้วยมือ
เคลือบเงา: ในส่วนที่ต้องการให้ดูฉ่ำ เช่น หน้าซอส หรือผิวผลไม้ จะมีการเคลือบด้วยเรซินใสหรือวัสดุเคลือบเงาเพื่อให้ดูสดใหม่
เทคนิคนี้เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น งาน DIY หรือช่างฝีมือที่เน้นความประหยัดและความรวดเร็ว และมักใช้ทำโมเดลอาหารขนาดจิ๋ว (Miniature Food) หรืองานศิลปะ
ดินโพลิเมอร์ (Polymer Clay): เป็นดินน้ำมันคุณภาพสูงที่ต้องนำไปอบเพื่อให้แข็งตัว
ดินโมเดิร์นหรือดินญี่ปุ่น (Air-dry Clay): เป็นดินปั้นที่แห้งเองเมื่อโดนอากาศ
สีอะคริลิค: สำหรับผสมลงในดินก่อนปั้น หรือลงสีรายละเอียดหลังจากดินแห้ง
วัสดุเคลือบเงา (Gloss/Matt Finish): เพื่อเพิ่มความทนทานและลักษณะพื้นผิว
ปั้นขึ้นรูป: ช่างฝีมือจะปั้นขึ้นรูปด้วยมือทั้งหมดโดยใช้เครื่องมือปั้นดินขนาดจิ๋วเพื่อสร้างรายละเอียดบนผิวอาหาร
ทำให้แข็งตัว: หากใช้ดินโพลิเมอร์ต้องนำไปอบ (บางยี่ห้อไม่ต้องอบ) หากใช้ดินโมเดิร์นต้องทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 1-2 วัน
ลงสี: หลังจากดินแห้งและแข็งตัวแล้วจึงลงสีรายละเอียด
เคลือบเงา: เคลือบชิ้นงานด้วยวัสดุเคลือบเงาเพื่อให้ดูเหมือนจริง
สรุป: การเลือกประเภทของโมเดลอาหารปลอมขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งานและงบประมาณ หากต้องการความคงทนและสมจริงสูงสุดสำหรับตั้งโชว์หน้าร้านหรือโฆษณา เทคนิคที่ 1 คือตัวเลือกที่ดีที่สุด ในขณะที่เทคนิคที่ 2 เหมาะสำหรับงานแฮนด์เมดและงานขนาดเล็ก
ติดต่อเรา
หากคุณสนใจสร้างโมเดลอาหารปลอมเพื่อใช้งานในร้านค้า เว็บไซต์ หรือการถ่ายภาพ สามารถติดต่อเราได้: