งาน ปริ้น 3 มิติ หรือ 3D Printing เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเปลี่ยนไฟล์ 3D ให้กลายเป็นชิ้นงานจริง สามารถผลิตได้ตั้งแต่ชิ้นส่วนขนาดเล็ก โมเดล ต้นแบบสินค้า อะไหล่ ชิ้นส่วนประกอบ ไปจนถึงงานสำหรับนำไปสร้างต้นแบบก่อนผลิตจริง
หนึ่งในวัสดุที่นิยมใช้กับเครื่องปริ้น 3 มิติระบบ FDM คือ PETG เพราะมีความเหนียว แข็งแรง และเหมาะกับงานที่ต้องการความทนทานมากกว่างานโมเดลทั่วไป
แต่ PETG ก็เป็นเส้นที่ต้องควบคุมการพิมพ์ให้เหมาะสม เพราะหากตั้งค่าเครื่องไม่ดี อบเส้นไม่แห้ง หรือปรับอุณหภูมิไม่สัมพันธ์กับเครื่องและความเร็วในการพิมพ์ ก็สามารถเกิดปัญหากับชิ้นงานได้หลายรูปแบบ
ต่อไปนี้คือ 5 ปัญหาที่พบบ่อยในการปริ้น 3 มิติด้วยเส้น PETG ที่คนทำงาน 3D Printing ควรรู้
1. ปริ้น PETG แล้วเป็นใยแมงมุม พลาสติกเยิ้ม
อาการ Stringing คือมีเส้นพลาสติกบาง ๆ พาดระหว่างตำแหน่งต่าง ๆ ของชิ้นงาน โดยเฉพาะจุดที่หัวฉีดต้องเคลื่อนที่ข้ามพื้นที่ว่าง
PETG มีแนวโน้มเกิด Stringing ได้ง่าย หากอุณหภูมิสูงเกินไป เส้นมีความชื้น หรือการตั้งค่า Retraction ยังไม่เหมาะสม
แนวทางแก้ไขคือทดลองลดอุณหภูมิหัวฉีดทีละน้อย ปรับ Retraction ให้เหมาะกับเครื่อง เพิ่มความเร็วช่วง Travel และตรวจสอบความชื้นของเส้น PETG
หากเก็บเส้นไว้นานหรืออยู่ในบริเวณที่มีความชื้น ควรอบเส้นก่อนนำกลับมาปริ้นอีกครั้ง
2. งานปริ้น 3 มิติไม่ติดฐาน หรือขอบชิ้นงานยก
ชั้นแรกคือหนึ่งในจุดสำคัญที่สุดของงาน 3D Printing
ถ้าชั้นแรกไม่ติดฐาน งานทั้งชิ้นอาจเสียได้ แม้จะปริ้นไปแล้วหลายชั่วโมงก็ตาม
ปัญหานี้อาจเกิดจากฐานพิมพ์ไม่สะอาด อุณหภูมิ Bed ไม่เหมาะสม ระยะ Z-Offset สูงหรือต่ำเกินไป รวมถึงการระบายความร้อนในช่วงชั้นแรกมากเกินไป
ก่อนเริ่มงานควรทำความสะอาดฐานพิมพ์ ตรวจสอบระดับฐานและ Z-Offset ให้เหมาะสม หากชิ้นงานมีพื้นที่สัมผัสฐานน้อย สามารถเพิ่ม Brim เพื่อช่วยเพิ่มพื้นที่ยึดเกาะได้
3. เลเยอร์ PETG แยกชั้น งานแตกง่าย
ชิ้นงาน 3D ที่มองภายนอกสวย ไม่ได้หมายความว่าโครงสร้างภายในจะแข็งแรงเสมอไป
หากแต่ละ Layer หลอมประสานกันไม่ดี เมื่อรับแรง ชิ้นงานอาจแตกออกตามแนวชั้นได้ง่าย
สาเหตุอาจมาจากอุณหภูมิหัวฉีดต่ำเกินไป พัดลมแรงเกินไป ความเร็วในการพิมพ์สูง หรือมีปัญหา Under-Extrusion
แนวทางแก้ไขคือเพิ่มอุณหภูมิหัวฉีดอย่างเหมาะสม ลดความแรงของพัดลม ลดความเร็วในการพิมพ์ และตรวจสอบการจ่ายเส้นหรือ Flow Rate
สำหรับงานที่ต้องรับแรงจริง การเลือกค่าการพิมพ์ควรพิจารณาร่วมกับรูปทรง ทิศทางการวางชิ้นงาน จำนวนผนัง และโครงสร้างภายในด้วย
4. หัวฉีดเครื่องปริ้น 3 มิติอุดตัน
หัวฉีดอุดตันเป็นอีกปัญหาที่ทำให้งานปริ้นเสียกลางทาง
อาการที่พบได้ เช่น เส้นพลาสติกออกน้อยผิดปกติ เส้นออกไม่สม่ำเสมอ Extruder ดันเส้นไม่ไป หรือไม่มีพลาสติกออกจากหัวฉีด
ควรตรวจสอบตั้งแต่เส้นพลาสติก ระบบป้อนเส้น อุณหภูมิหัวฉีด ไปจนถึงระยะ Z-Offset
หากหัวฉีดอยู่ใกล้ฐานมากเกินไปในชั้นแรก พลาสติกอาจไม่สามารถไหลออกได้ตามปกติ ส่วนหัวฉีดที่มีเศษวัสดุสะสมอยู่ภายในอาจต้องทำความสะอาดก่อนเริ่มงานใหม่
5. ผิวงานปริ้น 3D ขรุขระ เป็นตุ่ม หรือมีรอยไม่สวย
งานปริ้น 3 มิติที่ดีไม่ได้ดูแค่พิมพ์สำเร็จหรือไม่ แต่ต้องดูคุณภาพของพื้นผิวด้วย
หากผิวงานมีตุ่ม มีพลาสติกส่วนเกิน หรือพื้นผิวไม่สม่ำเสมอ อาจเกี่ยวข้องกับการจ่ายเส้นมากเกินไป เส้น PETG มีความชื้น อุณหภูมิไม่เหมาะสม หรือการตั้งค่าเครื่องยังไม่สัมพันธ์กับวัสดุ
จึงควรตรวจสอบ Flow Rate, Z-Offset, อุณหภูมิ และสภาพของเส้นก่อนปรับค่าหลายอย่างพร้อมกัน เพราะการเปลี่ยนทีละค่าแล้วทดลองพิมพ์ จะช่วยหาสาเหตุได้ง่ายกว่า
รับปริ้น 3 มิติ รับผลิตชิ้นงาน 3D ตามแบบ
สำหรับลูกค้าที่กำลังมองหา รับปริ้น 3 มิติ รับพิมพ์ 3D รับทำชิ้นงาน 3D หรืองานผลิตต้นแบบ 3 มิติ สามารถส่งรายละเอียดงานเข้ามาสอบถามได้
รองรับงานหลายรูปแบบ เช่น งานต้นแบบสินค้า งานโมเดล งานชิ้นส่วน งานประกอบ งานต้นแบบก่อนผลิตจริง งานสำหรับนำไปทำสี งานประติมากรรม และงานที่ต้องนำชิ้นส่วน 3D Printing ไปประกอบเป็นชิ้นงานขนาดใหญ่
การประเมินงานควรดูจากไฟล์ 3D ขนาดจริงของชิ้นงาน วัสดุที่ต้องการ ความละเอียด ความแข็งแรง จำนวนชิ้น และลักษณะการนำไปใช้งาน เพื่อเลือกแนวทางผลิตให้เหมาะสม
สอบถามงานปริ้น 3 มิติ / ส่งไฟล์ประเมินงาน
LINE ID : @thai-fiber
ส่งไฟล์ 3D พร้อมแจ้ง ขนาดที่ต้องการ จำนวน และลักษณะการใช้งาน เพื่อใช้ประกอบการประเมินงาน
ถ้าจะเอาไปลงหน้าเว็บไซต์เพื่อทำอันดับ Google ผมแนะนำให้ใช้คำว่า “รับปริ้น 3 มิติ” เป็นคีย์เวิร์ดหลัก แล้วแตกหน้าบริการย่อย เช่น “รับปริ้น PETG”, “รับปริ้น 3D ชิ้นใหญ่” และ “รับทำต้นแบบสินค้า 3 มิติ” จะมีโอกาสจับคำค้นได้กว้างกว่าการยัดทุกคำไว้หน้าเดียวครับ

